หลังจากเกือบกลายเป็นแพนด้าย่างเมื่อต้นปี ความซวยก็มาเยือนอีกครั้ง
อ๊ะ หรือจะเป็นอาถรรพ์เบญจเพส(แต่ยังไม่ถึงวันเกิดเลยนี่หว่า)
ตอนนี้เราทำงานอยู่กับครอบครัวค่ะ ตำแหน่งเลขา แต่จริงๆคือเจเนอรัลเบ๊(ตั้งกะคนสวนยันคนเซ็นต์อนุมัติ)
เรื่องเกิดเมื่อวันพุธค่ะ ซักแปดโมงเช้า แม่บ้านที่ออฟฟิศโทรศัพท์มาหา
แล้วพูดแบบตกใจ(พูดไม่รู้เรื่องเลยแหละ) แล้วก็พี่ที่ออฟฟิศอีกคนมาคุยให้ได้ใจความมาว่า.....
ขโมยบุก ยกทีวีกับคอมไป แจ้งตำรวจเรียบร้อยแล้ว
โอ้แม่เจ้า....ไอ้เรายืนเอ๋อไปแป๊บนึงแล้วก็วิ่งไปหาท่านพี่(ห้องนอนอยู่ใกล้ๆกัน)แจ้งข่าว
แล้วก็ไปบอกคุณนายแม่ พอดีคุณป๊ะป๋าเข้าบ้านพอดีเลยบอกไป
คุณป๊ะป๋าก็ไปก่อนเลย ส่วนเรากับพี่ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวตามไป
พอไปถึงก็มีตำรวจอยู่ห้าหกคน ตรวจดูความเสียหายว่ามีอะไรหายไปบ้าง
สรุปออกมาว่าคอมหายไปสองเครื่อง ทีวีหนึ่งเครื่องรวมรีโมท ชุดเครื่องนอนในห้องโชว์หนึ่งชุด โคมไฟหนึ่งอัน
ผ้านวมหนึ่งผืน มือถือหนึ่งเครื่อง
แถมทิ้งหลักฐานไว้ให้เพียบเลยล่ะค่ะทั้งลายนิ้วมือ ครบทุกนิ้ว รอยเท้าแบบเต็มๆ กองพิสูจน์หลักฐานเลยสบาย
มันงัดหน้าต่างเข้ามาค่ะแล้วใช้หินเป็นที่ปีน(ทีนดำมะเมื่อมเลย -_-''')
ยามก็พูดจาน่าโมโหค่ะ ยามบอกว่าตอนที่เค้ากลับไปตอนเจ็ดโมงสิบห้า ของยังอยู่ครบ
ยังเดินตรวจอยู่เลย แต่ไฟที่เปิดไว้ในออฟฟิศ(ยามเข้ามาไม่ได้ ไม่มีกุญแจ)มันปิด
ถ้าโจรมันมาตอนเช้ามันจะปิดไฟให้ทำไม(วะ)แล้วด้านหลังเป็นที่ก่อสร้าง คนงานทำงานตั้งแต่หกโมงครึ่ง
มันจะไม่มีใครเห็นเลยเรอะ(จากการสอบถามคนงาน ไอ้ยามคนนี้มันหลับทุกวัน แถมบางทีเมาอีก)
แต่คุณป๊ะป๋ายังใจดีให้ทำงานต่อ(โกรธอ่ะ ทำไมไม่ไล่ออก)
แต่ขโมยก็เอาไปแบบแปลกๆนะ อย่างคอมเนี่ยเอาไปแต่หน้าจอกับตัวเคส นอกนั้นทิ้งไว้ให้พวกคีย์บอร์ด เมาส์
เครื่องปริ๊นซ์อยู่ข้างๆไม่เอาไป ไมโครเวฟก็ไม่เอาไป โทรศัพท์ เครื่องแฟกซ์
(ตู้เย็นนี่เครื่องใหญ่คงเอาออกทางหน้าต่างไม่ได้)
แต่เอาหมอน ผ้านวม ผ้าปูที่นอนไป กับโคมไฟ มันจะเอาไปทำไมหว่า -_-a
แล้วเมื่อวานก็สอบปากคำกว่าจะจัดการเรียบร้อยหมดไปอีกวัน
จริงๆแล้วของหายมันก็ไม่เสียดายเท่าไหร่ มันเสียดายข้อมูลในคอมมากกว่าอ่ะ เอกสารทั้งหลาย
ตูพิมพ์แทบตาย ดีนะเนี่ยที่มีเซฟไว้อยู่(แต่ไม่ครบ) แล้วก็ยังดีที่เครื่องคอมในห้องวิศวะไม่โดนเอาไป
เพราะถ้าเครื่องนี้หายล่ะจบเลย
ตอนนี้ได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องอะไรอีก ส่วนเรื่องที่เกิดก็ถือว่าฟาดเคราะห์กันไป